ผู้ท้าชิงปธ.บุญทุ่มรับสอยเนย์มาร์คืนถิ่นต้องรอหมดพันธะ PSG

เอมิลี่ โรเซาด์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานสโมสร  บาร์เซโลน่า เชื่อว่า เนย์มาร์ ดาวเตะทีมชาติบราซิล จะย้ายกลับมาค้าแข้งในสเปนได้อีกครั้งตอนหมดสัญญากับปารีส แซงต์-แชร์กแมง แล้วเท่านั้น เหตุทีมบุญทุ่มไม่มีปัญญาจ่ายค่าตัวให้ในช่วงเศรษฐกิจแย่ต่อเนื่องจากพิษไข้หวัด โควิด 19

เนย์มาร์ ที่เหลือสัญญากับปารีส แซงต์-แชร์กแมงถึงปี 2022 ตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายกลับบาร์เซโลน่ามาโดยตลอด โดยเจ้าตัวก็ยอมรับว่าอยากลงเล่นร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้ แต่เป็นในเชิงคาดการณ์กันว่าเมสซี่จะขออำลาบาร์ซ่าที่มีปัญหามาตลอดหากหมดสัญญาฉบับล่าสุดในซีซั่นปัจจุบันนี้


จากข่าวก่อนหน้านี้ที่ เนย์มาร์ จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่คิดย้ายออกจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่โรเซาด์ ก็เชื่อว่าแข้งจอมทักษะนั้นอยากกลับมาเล่นในลีกใหญ่อีกครั้งในถิ่นคัมป์ นู


“สโมสรได้ติดต่อกับคนของ เนย์มาร์ และความเห็นของเขาถูกหลายคนไปตีความหมายว่า เมสซี่ จะย้ายมาอยู่กับเขาที่ปารีส” โรเซาด์ กล่าวในช่วงก่อนนี้ ถึงความเป็นไปได้ที่จะสอยตัวเนย์มาร์กลับมาเล่นให้บาร์ซ่าอีกหน


“สิ่งที่ เนย์มาร์ กำลังพูดคือเขาต้องการกลับมาบาร์เซโลน่า เหมือนที่เขาเคยบอกไว้ตอนซัมเมอร์ 2019 โคโรน่าไวรัสจะทำให้เกิดการชะลอตัวของตลาดและสโมสรส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องของการเงิน”

“สามส่วนที่จะเกี่ยวข้องในเรื่องนี้คือ บาร์เซโลน่า, เปแอสเช และตัวนักเตะ หากทั้ง 3 ฝ่ายตกลงปลงใจกันได้พวกเขาจะหาทางออกได้ขอยกตัวอย่างเรื่องการแบ่งจ่ายค่าตัว”

“ทุกอย่างจะขึ้นกับผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายโดยเฉพาะข้อเรียกร้องของ เนย์มาร์”

ทว่าอดีตรองประธานทีมเลือดหมูน้ำเงินก็ต้องยอมรับอย่างเปิดอก แม้จะสามารถเอาเรื่องเนย์มาร์มาหาเสียงเพื่อตำแหน่งประธานสโมสรก็ตามที

“ในตอนนี้เราจ่ายค่าตัวไม่ไหว ดังนั้นต้องรอตอนหมดสัญญา”

เนย์มาร์ เหลือสัญญากับปารีส แซงต์-แชร์กแมงถึงปี 2022 และมีแนวโน้มว่าอาจจะขยายสัญญากับทีมเงินหนาแห่งลีกเอิงต่อไป

ส่วนเคสของเมสซี่ ที่มีข่าวว่าจะย้ายซบเปแอสเช หลังจบฤดูกาลนั้น ทางฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อบังเกิดเกล้าได้ออกมายืนยันแล้วว่ายังไม่ได้เริ่มต้นเจรจาใดๆกับทีมไหนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอินเตอร์ มิลาน จากกัลโช่ เซเรียอา, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ เปแอสเช ก็ตาม

“มันเป็นข่าวลวง เป็นการกุข่าวอีกแล้ว” ฮอร์เก้ ชี้แจงผ่านโพสใน Instagram ของเขาเอง

“ผมอยู่ในประเทศอาร์เจนติน่ามาตั้งแต่เดือนกันยายน